ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่ออายุที่มากขึ้น การดูแลข้อเข่าจึงจำเป็นอย่างมาก  (อ่าน 11 ครั้ง)

roosterz

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 12
  • โพสฟรี โพสต์ขายของฟรี ลงโฆษณาสินค้าฟรี โฆษณาสินค้าฟรี สมัครสมาชิก ขายรถมือสอง แหล่งรวมของสะสม มากมายให้เลือกซื้อขาย
    • ดูรายละเอียด

ในวัยเด็กหรือวัยหนุ่มสาว เรามักจะเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บปวด แต่เมื่อเข็มนาฬิกาเดินไปสู่ช่วงวัยกลางคนและวัยสูงอายุ อวัยวะหนึ่งที่เริ่มส่งสัญญาณประท้วงการใช้งานหนักมาตลอดหลายสิบปีก็คือ "ข้อเข่า" ความเสื่อมของข้อเข่าไม่ใช่เพียงเรื่องของความแก่ชราที่ต้องยอมรับสภาพ แต่เป็นปัญหาทางสุขภาพที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หากเราไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลข้อเข่าตั้งแต่วันนี้ อิสระในการเดินทางและการทำกิจกรรมที่รักอาจค่อยๆ เลือนหายไป

ข้อเข่าเป็นข้อต่อที่มีขนาดใหญ่และต้องรับน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดของเราในทุกย่างก้าว ภายในข้อเข่าจะมี "กระดูกอ่อนผิวข้อ" (Cartilage) ที่ทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพคอยกันกระแทกและลดแรงเสียดทานระหว่างกระดูก แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของกระดูกอ่อนเหล่านี้จะลดลง ประกอบกับการใช้งานมาอย่างยาวนาน ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าลดน้อยลง กระดูกอ่อนเริ่มบางและขรุขระ จนเกิดการเสียดสีกันของกระดูกโดยตรง ซึ่งเป็นที่มาของความเจ็บปวดและการอักเสบเรื้อรัง หลายคนมักปล่อยปละละเลยอาการเริ่มต้นเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สัญญาณเหล่านี้คือเสียงเตือนจากร่างกาย ได้แก่ อาการปวดเข่าเมื่อต้องเดินขึ้นลงบันได มีเสียงดัง "กร๊อบแกร๊บ" ในข้อขณะเคลื่อนไหว ซึ่งเราต้องปรึกษาแพทย์ในเรื่องรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วยเกล็ดเลือด ราคา มีอาการเข่าตึงขัดหลังตื่นนอน หรือมีอาการบวมแดงร้อนรอบๆ ข้อเข่า หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ นั่นหมายความว่าข้อเข่าของคุณกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การดูแลข้อเข่าที่มีประสิทธิภาพต้องประกอบด้วย การควบคุมน้ำหนักตัว นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ทุกๆ 1 กิโลกรัมของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น จะสร้างภาระให้ข้อเข่าเพิ่มขึ้นถึง 3-4 เท่าในขณะเดิน การลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยลดแรงกดทับและชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้อย่างมหาศาล การออกกำลังกายที่เหมาะสม หลายคนเข้าใจผิดว่าปวดเข่าต้องหยุดเดิน แต่ในความเป็นจริง การบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรง จะช่วยทำหน้าที่เหมือน "เฝือกธรรมชาติ" ที่ช่วยพยุงและแบ่งเบาภาระจากข้อเข่า ควรเลือกกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น การว่ายน้ำ การเดินในน้ำ หรือการปั่นจักรยานอยู่กับที่ และหลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือการนั่งยองๆ ซึ่งเป็นท่าทางที่กดทับข้อเข่าอย่างรุนแรง การรับอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูงเป็นพื้นฐานของการดูแลกระดูก แต่สำหรับการดูแล "ข้อ" การได้รับสารอาหารจำพวกคอลลาเจนไทป์ทู สารสกัดจากน้ำมันปลาที่มีโอเมก้า 3 รวมถึงผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยลดกระบวนการอักเสบภายในข้อและช่วยรักษาความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อได้ สำหรับผู้สูงอายุ การจัดบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลข้อเข่า ควรเปลี่ยนมาใช้โถสุขภัณฑ์แบบนั่งราบ แทนแบบนั่งยอง ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ และเลือกใช้รองเท้าที่มีแผ่นรองรับแรงกระแทกที่ดีเพื่อช่วยซับแรงขณะเดิน สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บซ้ำเติมข้อเข่าที่มีความเสื่อมอยู่แล้ว